การจัดการ

เจาะลึกการเลือกทำเลเปิดร้านอาหารในปี 2018

Post by
FoodStory

“ธุรกิจร้านอาหาร” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ใครหลายๆคนนั้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของ แต่การที่จะเปิดร้านอาหารนั้น ทำเลหรือที่ตั้งร้านอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจอาหาร ถ้าคุณเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมแล้วหละก็ การเปิดร้านอาหารนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เราจะเลือกทำเลเปิดร้านอาหารยังไงดี?

นั้นคือคำถามแรกที่ทุกคนจะต้องเจอ เพราะมันคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก หากยังหาสถานที่ที่เหมาะสมไม่ได้ การวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับร้านในเรื่องอื่นๆ คงจะไม่มีความหมาย และการเลือกทำเลเพียงเพราะความชอบส่วนตัวก็อาจไม่ส่งผลดีกับธุรกิจของคุณเลย ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะเหมาะเป็นทำเลสำหรับร้านอาหาร ทำเลที่ดีนั้นหายากมากเพราะได้ถูกจับจองไปหมดแล้ว บางครั้งพื้นที่ติดถนนบริเวณใจกลางเมืองที่วุ่นวาย อาจเป็นจุดที่โดนคนเมินมากที่สุดก็ได้ ขณะเดียวกันทำเลที่คุณคิดว่า อย่างไรก็ไม่น่าจะมีคนผ่าน ก็อาจกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทำกำไรให้กับเจ้าของร้านได้อย่างมากมาย วันนี้เรามี 6 ปัจจัยและวิธีคิดวิเคราะห์ที่จะช่วยในการเลือกทำเลร้านอาหาร เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคุณในการหาทำเลดีๆ ดังนี้

1. ลูกค้าเราอยู่บริเวณนั้นหรือเปล่า (Customer Location)

ทำเลบางทำเลคนเยอะแต่อาจไม่เหมาะกับร้านของเราถ้าคนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่เรามองหา ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนที่จะเลือกทำเลใดๆก็ตามเราต้องรู้ก่อนเสมอว่าเราจะขายใคร ในทำเลนั้นมีกลุ่มลูกค้าเราอยู่หรือไม่ พฤติกรรมเป็นยังไง การหาข้อมูลที่ดีที่สุดคือการเข้าไปนั่งในร้านอาหารที่คล้ายๆเราแล้วสังเกตุกลุ่มลูกค้า อีกอย่างก็คือการหาข้อมูลในบริเวณนั้นๆ เช่น มีตึกออฟฟิศเยอะแค่ไหน กลางวันคนเหล่านี้ไปทานที่ไหนกัน คนผ่านหน้าร้านเยอะไหม

รวมถึงการศึกษาฐานข้อมูลจากกลุ่มคน (Population Base) สำรวจผู้คนบริเวณนั้นว่าเป็นคนประเภทไหน อายุเท่าไหร่ การศึกษากลุ่มไหน ระดับรายได้ รสนิยม และที่อยู่บริเวณนั้นมีกลุ่มอาชีพหลักใดบ้าง เช่น กลุ่มคนออฟฟิศ, กลุ่มคนโรงงานอุตสาหกรรม, กลุ่มเด็กนักเรียน ฯลฯ รวมถึงการพิจารณาช่วงเวลาพักของกลุ่มลูกค้าแต่ละประเภท เช่น สาวออฟฟิศจะช้อปปิ้งเวลาพักเที่ยงและช่วงเย็น รวมไปถึงการดูปริมาณคนที่อาศัยบริเวณนั้นหรือคนที่ผ่านไปมามีมากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่าง เช่น ธุรกิจร้านอาหารที่ตั้งอยู่ย่านช้อปปิ้งซึ่งอยู่ใจกลางเมืองที่มีความเจริญหรือตามถนนที่มีคนเดินพลุกพล่าน มักจะมีกลุ่มคนแวะเวียนเข้ามาในร้านอาหารบ่อยๆ เป็นข้อพิจารณาสำคัญที่คุณควรคำนึงว่า การเลือกทำเลต้องมีคนอาศัยอยู่บริเวณนั้นหรือเดินผ่านไปผ่านมามากพอ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มคนเหล่านั้นแวะเข้ามาในร้านอาหาร 

กรณีศึกษาของเมืองนอก การศึกษาจาก Population Base ได้มีเว็บไซต์ที่รับจ้างทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $25,000 (ประมาณ 825,000 บาท) แต่ส่วนใหญ่คนที่อยากจะเปิดร้านอาหารครั้งแรก คงมีเงินไม่มากพอที่จะจ้างทีมงานสำรวจแน่ๆ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะยังมีวิธีการอื่นๆอีก ที่สามารถศึกษาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย เช่น การสำรวจพื้นที่เพื่อทำสถิติรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง หรือการสอบถามข้อมูลจากสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับประชากรหรือการค้า

2. ทำเลที่สะดวก (Accessibility)

อีกหนึ่งหัวข้อหลักที่คุณควรพิจารณาสำหรับการเลือกทำเลก่อนการ เปิดร้านอาหาร โดยเลือกจากที่ตั้งบริเวณถนนสายหลักใหญ่ๆ หรืออาจจะเป็นถนนที่ใกล้กับทางด่วน มีเส้นทางผ่านหลายสาย จะช่วยให้ลูกค้าหรือรถยนต์ รถโดยสารเข้าถึงตัวร้านอาหารได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทนติดไฟแดงหรือการจราจรที่ติดขัด ธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักจะมีทำเลที่หาง่ายและไม่ลึกลับซับซ้อน ถึงแม้จะมีบ้างร้านที่เข้าถึงยากแต่ก็ยังขายได้ดี แต่ที่เรามักได้ยินกันว่าขอแค่ทำอาหารอร่อยก็มีคนมาทาน อยากให้คิดตามดูดีๆว่า ธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียงแน่นอนว่าเราคงเคยได้ยินกัน แต่จะมีสักกี่ร้านกันที่อยู่ในทำเลหายากและประสบความสำเร็จในการนำเนินธุรกิจ ร้านหลายแห่งล้มหายตายจากไปโดยที่ไม่มีแม้แต่ที่คนจะรู้จักก็เยอะอยู่ เมื่อไปเมื่อเทียบกับร้านอาหารที่ขายดี ดังนั้นร้านทำเลดีหาง่ายมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ ก็เป็นหลักประกันรับรองว่าโอกาสที่จะล้มหายตายจากไปโดยที่ยังไม่ได้ขายก็น้อยลงตามไปด้วย

อย่าคิดว่าที่จอดรถไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะต่อให้เปิดร้านอาหารจัดแต่งอย่างสวยงาม อาหารรสชาติดีแค่ไหน ถ้าไม่สามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ ลูกค้าก็คงไม่ต้องการเข้าร้านเช่นกัน เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องคิดแล้วว่า ที่จอดรถจะสามารถรองรับรถลูกค้าได้เพียงพอและอำนวยความสะดวกต่อลูกค้าทุกท่านได้ไหม? จะเป็นเรื่องดีมากหากเจ้าของร้านอาหารมีที่จอดรถเป็นของร้านเอง ในกรณีร้านอาหารไม่มีที่จอดจริงๆ สามารถเช่าอาคารที่จอดรถได้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก หรืออาจจะมีบริการรับจอดรถ (Valet Parking) คือ บริการนำรถไปจอดให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีพนักงานคอยรับรถไปจอดให้ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องหาที่จอดเอง โดยที่คุณก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆรายได้ของพนักงานก็มาจากทิปที่ลูกค้าให้ ซึ่งก็แฮปปี้ทั้งคุณและพนักงานรับรถ

3. เหมาะสมกับระยะเวลา (Period of Time)

ก่อนทำสัญญาเช่า คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คิดว่าร้านอาหารของคุณจะมีอายุสักกี่ปี 2 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงการปิดกิจการ แต่คุณควรคิดไว้ เพราะจะได้ทำสัญญาการเช่าได้ถูกต้อง บางคนอาจคิดว่าอยากเปิดยาวๆ เป็น 10 ปี จึงทำสัญญาเช่าระยะยาว เพื่อจะได้ลดความเสี่ยงว่าเจ้าของที่จะขึ้นค่าเช่าหรือไม่ให้เช่าต่อ แต่ก็อย่าลืมว่า เกิดร้านอาหารของคุณไปไม่รอดจะทำอย่างไร ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ 3 ปี และหากร้านไปได้สวยก็ค่อยต่อสัญญาเพิ่ม เลือกกลางๆ เอาไว้ก่อน จะได้ไม่เจ็บตัวภายหลัง

4. เจ้าของพื้นที่ (Landlord)

หากต้องเช่าพื้นที่ แทนการซื้อ คงจะต้องมีการพูดคุยกับเจ้าของพื้นที่ หรือ ทำสัญญา ให้รัดกุม ป้องกันปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเช่า หลายคนถึงกับถอดใจเมื่อมารู้ทีหลังว่า นอกจากค่าเช่าร้านที่ต้องจ่ายทุกเดือนแล้ว ยังมีรายจ่ายจิปาถะงอกขึ้นมาพร้อมค่าเช่าอีก โดยเฉพาะค่าส่วนกลาง ในกรณีที่เช่าร้านใต้อพาร์ทเมนต์หรือคอนโด ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจเช่าที่ใดๆ คุณควรสอบถามให้ดีเสียก่อนว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มอีกไหม หากต่อรองได้ ก็ลองต่อลองก่อน และรวมถึงต้องพิจารณาด้วยว่า เจ้าของพื้นที่เขาให้ความใส่ใจในการดูแล และอำนวยความสะดวก รวมถึงการทำกิจกรรม มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าของคุณใช้ประกอบการตัดสินใจในการใช้บริการคุณด้วย

5. คู่ค้าและคู่แข่ง (Partner and Competitors)

ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำเลใดๆ ก็ตาม คุณต้องไม่ลืมเก็บข้อมูลของร้านในละแวกนั้นด้วยว่า เขากำลังทำธุรกิจอะไรกันอยู่ หากว่ามีคนทำธุรกิจเดียวกับคุณอยู่แล้ว 5-6 ร้าน คุณก็ต้องกลับมาพิจารณาให้ดีแล้วว่า จะมีกำลังต่อสู้ร้านเหล่านั้นไหวหรือไม่ นอกจากนี้ต้องดูให้ดีกว่า ร้านค้าส่วนใหญ่แถวนั้นเงียบเหงาหรือคึกคัก หากว่าคึกคัก คุณก็มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จตามได้ง่ายๆ

ซึ่งสภาพการแข็งขันและค่าเช่าพื้นที่ก็เป็นอีกปัจจัยที่คุณต้องนำมาพิจารณาให้ดี ค่าเช่าที่แพงแต่แนวโน้มจะมีรายได้ที่คุ้มค่าการลงทุนเนื่องจากไม่มีคู่แข่ง หรือค่าเช่าที่ปานกลางแต่ค่อนข้างมีคู่แข่งสูง หรือค่าเช่าที่ถูกแต่เจ้าของร้านนั่งหาวและตบยุงทั้งวัน เพราะไม่มีทั้งคนเดิน ไม่มีทั้งคู่แข่งที่เป็นแรงดึงดูดลูกค้า เหล่านี้มีผลต่อความสำเร็จทั้งมวล

6. สังเกตเห็นง่าย (Visibility)

ทำเลที่ดีคือที่ที่คนมักจะสังเกตเห็นได้ง่าย อาจจะเป็นสถานที่ที่คนเดินกันอย่างพลุกพล่าน หรือเป็นบริเวณที่รถสัญจรไปมาบ่อยๆ หรือหากร้านของคุณต้องเข้าซอยไปสักนิด ก็อาจใช้วิธีติดป้ายร้านขนาดใหญ่ไว้ริมถนน เพื่อให้คนผ่านไปมารู้สึกคุ้นตา แม้วันนี้เขาอาจจะยังไม่ตัดสินใจเข้าร้าน แต่อย่างน้อยๆ เขาก็สามารถจดจำชื่อและตำแหน่งร้านของคุณได้ไม่ยาก พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับการทำโฆษณาแบบไม่ต้องเสียเงินนั่นแหละ

การเปิดร้านอาหารในทำเลที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ไม่อยู่ในที่ลับตา ก็จะส่งผลดีในเรื่องของทัศนวิสัยของร้านให้เด่นชัดไปด้วย สิ่งที่คุณควรทำคือ ทำอย่างไรให้กลุ่มคนหรือลูกค้าสามารถเห็นและรู้ว่าเปิดร้านอาหารอยู่ที่ไหน? ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า ทำไมการเปิดร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองถึงมีค่าที่แพงมากกว่าที่อื่น เพราะสถานที่ตรงนั้นสามารถตอบโจทย์เรื่องทัศนวิสัยได้ดี เป็นเรื่องที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเดินต่อไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ปัจจุบันเทรนด์ความนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป กลุ่มคนเมือง จากเดิมนิยมเดินตามโมเดิร์นเทรด แต่ในช่วงหลัง ปัญหาการจราจร และการขยายตัวของที่อยู่อาศัย ในย่านชานเมือง ความเจริญที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดคอมมูนิตี้มอลล์มากมายอีกทั้งตลาดนัดกลางคืนหลายแห่ง ตามเส้นทางกลับบ้านและจุดศูนย์รวมผู้คนในระแวกนั้น เหตุนี้เองทำให้คนที่เบื่อปัญหาการจราจรและการหาที่จอดรถที่ยาก ก็จะหันมาเดินเข้าคอมมูนิตี้มอลล์และตลาดนัดที่สะดวกสบายกว่ามากขึ้นนั้นเอง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์ มีอยู่เป็นจำนวนมากให้เลือกสรร ดังนั้นควรพิจณาตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นให้ดีก่อน การเปิดในโมเดิร์นเทรดจะมีค่าเช่าสูงมากซึ่งเราไม่แนะนำ ทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุนในระยะยาว การเปิดในคอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นทางเลือกที่ถูกกว่า ถึงจะขายได้น้อยกว่า แต่อาจจะได้กำไรมากกว่าก็ได้

ทุกวันนี้มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าในการค้นหาร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงหรือหาเส้นทางไปร้านอาหารที่อยากกิน อย่างเช่น Wongnai , OneRice หรือ Foody ด้วยตัวช่วยเหล่านี้ทำให้ร้านของคุณแม้จะอยู่ในซอยลึกก็มีคนหาเจอ FoodStory ของเราก็มีบริการสำหรับลูกค้าร้านอาหารเช่นกัน โดยมีชื่อว่า FoodStory Customer ที่ช่วยให้ร้านอาหารที่ใช้ระบบบริหารจัดการของเราสามารถ โผล่ไปยังหน้าจอมือถือของลูกค้าได้อีกช่องทาง และยังมีฟังชั่นอีกมากมาย อย่างเช่นระบบเดลิเวอรี่ จองโต๊ะ ส่งโปรโมชั่นใหม่ไปยังลูกค้า รวมถึงโมบายออเดอร์ที่ทำให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารภายในร้านจากมือลูกค้าได้เอง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.foodstory.co หรือโทรสอบถามได้ที่ 09-8562-5555

cr. smartsme, food4friend, amarinacademy, manager, taokaemai

กลับสู่หน้า Blog หลัก
More interesting Blogs

บทความที่คุณอาจสนใจ

เทคนิคการใช้งาน

FoodStory ทำงานอย่างไร ?

FoodStory
March 6, 2018

หลายท่านคงรู้แล้วว่า FoodStory คืออะไร? แต่มันทำงานอย่างไรหละ? สิ่งที่คุณจำเป้นต้องรู้เกี่ยวกับตัวระบบ หรือไขข้อข้องใจในด้านต่างๆ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดนี้กันอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าที่มาที่ไปในการพัฒนาหรือข้อจำกัดต่างๆ รวมถึงรูปแบบการทำงานที่เป้นข้อมูลทางเทคนิค

เทคนิคการใช้งาน

สีผนังหลุดล่อน เกิดจากสาเหตุใดบ้าง?

FoodStory x Fixzy
July 3, 2018

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สำนักงาน หรือแม้กระทั่งร้านอาหาร ก็มักจะพบเจอกับปัญหาสีผนังหลุดล่อน หรือมีรอยแตกได้ มาอ่านวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปพร้อมๆกันเลย

แรงบัลดาลใจ

ถ่ายวีดีโออาหารอย่างไรให้เหมือนมือโปร

FoodStory
January 16, 2018

เทคนิคการถ่ายวีดีโออาหารนั้นอาจจะต่างกับการถ่ายภาพอยู่ค่อนข้างเยอะ การถ่ายทำอาหารอย่างไรให้ดูน่ารับประทานไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าคุณไม่ทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ก่อนให้ดี

แรงบัลดาลใจ

เปิดธุรกิจอาหารแนวใหม่ที่ไม่ต้องมีหน้าร้านกับ EATWITH

FoodStory
December 13, 2017

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารคือสิ่งที่จะทำให้เราเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ดีที่สุด ยิ่งถ้าได้นั่งทานอาหารในบ้านคนท้องถิ่นยิ่งบอกได้เลยว่าฟินมาก EATWITH คือ Platform ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่ต้องการรับประทานอาหารพื้นบ้าน

การตลาด

7 Social Media Marketing สำหรับธุรกิจร้านอาหาร

FoodStory
October 24, 2018

ไม่สำคัญว่า "เมนูเด็ด" ของร้านอาหารคุณจะสุดยอดแค่ไหน เพราะผู้บริโภคจะไม่มีวันรับรู้ได้เลย หากคุณไม่สามารถโปรโมทร้าน เพื่อดึงผู้คนเข้ามาที่ร้านอาหารของคุณ ดังนั้นการทำการตลาดออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ข่าวสาร

สารอาหารบำรุงสุขภาพที่ "ผู้สูงอายุ" ไม่ควรพลาด

FoodStory x Rabbit Finance
July 23, 2018

พอเริ่มอายุมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารการกินก็จะต้องเปลี่ยนแปลงเนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเราลดน้อยลง ดังนั้นสารอาหารบำรุงสุขภาพที่ผู้สูงอายุควรทาน จะมีสารอาหารประเภทไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย