ข่าวสาร

ความน่าสนใจของธุรกิจอาหารญี่ปุ่น 2018

Post by
FoodStory
ประเทศไทยถือว่ามีธุรกิจร้านอาหารหลากหลายประเภทมากตั้งแต่ไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง ตอบไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ร้านริมทาง (Street food) ไปจนถึงร้านหรู (Fine dining) แม้ร้านอาหารจะมีจากหลากหลายชาติให้บริการแต่ “ร้านอาหารญี่ปุ่น” นับเป็นตลาดที่ยังแรงไอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ปีตลาดรวมมีมูลค่ามหาศาล ขณะที่ปี 2560 ตลาดรวมอยู่ที่ 390,000-397,000 ล้านบาท เติบโต 10-15% เมื่อแบ่งย่อยพบว่า เป็นร้านอาหารขนาดกลางและเล็ก 271,000-275,000 ล้านบาท และร้านอาหารเครือข่ายหรือเชนร้านอาหาร 119,000-122,000 ล้านบาท
ทิศทางร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยยังเติบโตสดใสได้อีกมาก

ปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นให้บริการในเมืองไทยมากกว่า 2,000 แห่ง(เฉพาะร้านที่ลงทะเบียนบริษัท) นับว่ามากเป็นอันดับ 5 ของโลกรองจากสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน และยังมีแนวโน้มที่จะโตอย่างต่อเนื่องได้ถึงปีละ 10-15 % ปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดดูมีอนาคตเพราะพื้นฐานของผู้บริโภคที่มั่นใจในความเป็น Health Food ยิ่งกระแสเรื่องนี้แรงเท่าไหร่ อาหารญี่ปุ่นก็ยิ่งขายดีมากเท่านั้น และยิ่งมีการแข่งขันกันมากก็ทำให้ราคาถูกลงจนสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ดีกว่าในอดีตยิ่งกว่านั้นรัฐบาลญี่ปุ่นเองยังสนับสนุนเรื่องนี้เต็มที่ด้วยการช่วยเหลือในด้านการลดภาษีวัตถุดิบต่างๆทำให้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและแฟรนไชส์ต่างๆมีกำไรได้มากขึ้น

ซึ่งนับว่าธุรกิจอาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากที่สุด ในจำนวนอาหารต่างประเทศ สามารถสังเกตุได้จาก ศูนย์การค้า และ ร้านอาหารต่างๆ ก็จะมีอาหารญี่ปุ่น แทรกอยู่ในเมนูด้วย แทบทุกที่ จากข้อมูลร้านอาหารญี่ปุ่นในปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในห้างมีไม่ต่ำกว่า5ร้านต่อที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ และชลบุรี ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มลูกค้าคนไทยที่ ชื่นชอบรสชาติของอาหารญี่ปุ่นรวมไปถึงชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยกว่า 60,000 คน(ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกร ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นปี25550 : มูลค่า 6,000 ล้านบาท ขยายตัว 10-15% (มอง เศรษฐกิจ ฉบับที่ 1978)

และจากคนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีแนวโน้มที่จะมีร้านอาหารเฉพาะทางเพิ่มมากขึ้น อาทิ ร้านซูชิ ร้านเทมปุระ ร้านเนื้อย่าง ฯลฯ โดยร้านซูชิปัจจุบันแม้ขนาดตลาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบตลาดอื่นๆ แต่เป็นประเภทอาหารที่มีการยอมรับสูงมากจากคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไป นอกจากนี้ โอกาสในการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นยังมีอยู่ทั้งใน ลักษณะร้าน พรีเมี่ยม ซึ่งจะเน้นอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ ราคาจะค่อนข้างแพงเนื่องจากวัตถุดิบ ส่วนใหญ่ต้องนำเข้ามาจากญี่ปุ่น เป้าหมายในการจำหน่ายสินค้าอาหารญี่ปุ่นหลักๆอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีรายได้สูง (ชนชั้นกลาง) เงินเดือนมากกว่า 15,000 บาทขึ้นไปโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ 2 และชลบุรี ปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารพรีเมี่ยม คือการเปิดศูนย์การค้าไฮเอน ทำให้มีร้านอาหารญี่ปุ่น พรีเมี่ยมเปิดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตในเกณฑ์สูงคือ ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไปที่ราคาไม่แพงมากนัก โดยเน้นเจาะลูกค้ากลุ่มบีและกลุ่มซี ซึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ผลักดันการเติบโตของมูลค่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกร.2550.มองเศรษฐกิจ.ฉบับที่1978)

บุฟเฟ่ต์กับอาหารญี่ปุ่น

จากกระแสดังกล่าวทำาให้ความนิยมในการบริโภคอาหารญี่ปุ่นแบบบุปเฟต์นั้นได้เริ่มจาก“พฤติกรรมผู้บริโภค” ที่เริ่มมองหาความ“คุ้มค่า” (Value for money) มากขึ้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคุ้มจากเมนูอาหารที่หลากหลาย “คุ้ม” ที่ได้กินไม่อั้น! ทั้งอาหารคาวหวาน บางร้านยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมอยู่ในเมนู ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในการตัดสินใจของผู้บริโภค ซึ่งทำให้ธุรกิจบุฟเฟ่ต์นั้นขยายตัวออกเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ไม่ใช่ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นแต่ก็ยังมีอาหารญี่ปุ่นแซมเข้ามาด้วยเป็นบางเมนู โดยธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันเป็นอย่างสูงทั่วประเทศ ทั้ง โรงแรม และ ร้านอาหาร ก็เข้ามาทำการตลาดอาหารญี่ปุ่นแบบบุปเฟ่ต์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการแข่งขันทั้ง ด้านราคาและคุณภาพ ทำให้ปัจจุบันปี2018 เราแทบจะเห็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นรูปแบบบุปเฟต์ในทุกๆที่คุณไป ทั้งแบรนต์ร้านอาหารที่มากจากญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนไทยก็ยังเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุปเฟต์กันทั้งนั้น เพราะการกินซูชิหรืออาหารญี่ปุ่นที่มีข้าวนั้นทำให้คนอิ่มท้องเร็ว ยิ่งกินกับชาบูหรือน้ำดื่มยิ่งทำให้ข้าวบานในท้องและทำให้คนอิ่มเร็วขึ้นนั้นเป็นกลยุทธ์ที่ทุกร้านใช้เหมือนกัน ทำให้ทำกำไรกับร้านได้อย่างมหาศาลในแต่ละวัน เพราะต้นทุนที่ถูกแต่ได้กำไรได้เกินกว่า 60-80% ของราคาต้นทุนทั้งหมดที่เฉลี่ยต่อหัว

ญี่ปุ่นทยอยขึ้นราคากันอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันในปีนี้ 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่นก็เกิดเหตุการณ์ราคาอาหารขึ้นสูง เพราะตั้งแต่ต้นปีก็มีข่าวจากวงการร้านอาหารของญี่ปุ่นทยอยขึ้นราคาอาหารกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุก็ไม่ได้มาจากการที่ราคาวัตถุดิบแพงขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่ค่าแรงของพนักงานก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับภาวะยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

การปรับขึ้นราคาอาหารในแวดวงร้านอาหารนั้นได้เริ่มมาตั้งแต่เมื่อปลายปี 2017 แล้ว อย่างแฟรนไชส์ร้านเหล้า “Torikizoku” ซึ่งมีราคาเมนูอาหารทุกเมนูอยู่ที่ 280 เยน หรือประมาณ 80 บาท (ไม่รวมภาษี) ก็ได้ปรับราคาอาหารขึ้นเป็นเมนูละ 298 เยน หรือประมาณ 85 บาท (ไม่รวมภาษี) ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2017 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีที่มีการปรับขึ้นราคา และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 ร้านข้าวหน้าเนื้ออย่าง “Sukiya” ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาข้าวหน้าเนื้อไซส์กลาง และไซส์ใหญ่จาก 470 เยน (ประมาณ 134 บาท) เป็น 480 เยน (ประมาณ 137 บาท) และในเดือนธันวาคม ร้านเทมปุระชื่อดังอย่าง “Tendon Tenya” ก็ได้ปรับขึ้นราคาเมนูหลักของร้านอย่าง Tendon หรือข้าวหน้าเทมปุระจากราคา 500 เยน (ประมาณ 142 บาท) เป็น 540 เยน (ประมาณ 154 บาท) อีกด้วย

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้วงการธุรกิจร้านอาหารต้องทำการปรับขึ้นราคาก็คือ ราคาของวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาข้าว และราคาผักต่างๆ ที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนัก ประกอบกับราคาของเนื้อวัวที่ใช้ทำข้าวหน้าเนื้อและเนื้อย่างที่นำเข้าจากประเทศอเมริกานั้นเพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการที่จีนเริ่มนำเข้าเนื้อสัตว์จากอเมริกา ทำให้เกิดอุปสงค์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยราคาของวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจึงทำให้บริษัทผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องทำการปรับขึ้นราคาเมนูอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ยังอาจส่งผลถึงธุรกิจเชนในประเทศที่จะต้องมีการปรับราคาขึ้นสูงตามจากวัตถุดิที่นำเข้าจากญี่ปุ่น หรือร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมก็ต้องเตรียมรับมือกับสถานณการณ์นี้อีกด้วย

ต้นทุนและรายได้ที่จะได้รับจากการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น

โครงสร้างการลงทุนนั้นถ้าพิจารณาถึงการเปิดในทำเลที่เป็นห้างสรรพสินค้าหรือว่าในอาคารที่ต้องมีการเช่าหรือซื้อ งบการลงทุนก็จะสูงกว่าการเปิดแบบอยู่ริมทางทั่วไปส่วนใหญ่ต้องตั้งงบมากกว่า 1 ล้านบาท เป็นค่าตกแต่งสถานที่ สั่งซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทำอาหาร การจ้างพนักงาน รายจ่ายของพ่อครัว รวมถึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบที่ดีพอ แต่ธุรกิจนี้โดยเฉลี่ยสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ตามขนาดของการลงทุน จากการสอบถามผู้ที่ลงทุนในธุรกิจนี้ให้ข้อมูลว่าถ้าไม่นับเงินลงทุนจะต้องมีเงินหมุนเวียนประมาณ 300,000 บาท แต่ราคาต่อเมนูโดยเฉลี่ยคือ 100 บาท ในแต่ละเดือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท เมื่อนำมาหักกับรายจ่ายในส่วนต่างๆแล้วยังเหลือส่วนที่เป็นกำไรอีกประมาณ 40 % ในระยะยาวถือว่ามีความคุ้มค่าแต่ก็อยู่ที่การบริหารและสรรหาเมนูใหม่ๆ มาดึงดูดใจลูกค้าด้วย

การเริ่มทำธุรกิจอาหารญี่ปุ่น 2018

เมื่อคุณเริ่มสนใจในธุรกิจอาหารญึ่ปุ่น โอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จนั้นพอๆกับความล้มเหลวเลยทีเดียว มีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านได้เผชิญกับความยากลำบากในการค้ำจุลร้านของเขาให้อยู่รอดอย่างไม่ขาดทุน มีหลายปัจปัยและหลายสาเหตุ

เงินทุน

เรื่องเงินทุนเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น

– ค่าตกแต่งร้าน ที่ขึ้นอยู่กับขนาดและสไตล์ของร้าน หากร้านหรูๆหน่อยก็ต้องใช้เงินลงทุนมาก แต่ถ้าเป็นร้านข้างทางธรรมดาก็อาจไม่ต้องประดับประดามากมาย เงินลงทุนก็ลดลงมา

– ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อครั้งเดียวแล้วอยู่ยาวอย่าง โต๊ะ เก้าอี้ จาน ช้อน , วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องซื้อบ่อยๆ เช่น อาหารแห้ง ซอส ซีอิ้ว น้ำปลา น้ำตาล ข้าวสาร หรืออุปกรณ์ที่ต้องซื้อทุกวันอย่าง อาหารสด น้ำแข็ง เป็นต้น

– ค่าเช่าที่  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ด้วยว่า เจ้าของที่จะคิดค่าเช่าเท่าไหร่

– ค่าลูกจ้างคนงาน จะเห็นได้ว่าเงินในการลงทุนจะอยู่หมุนเวียนในร้านอาหารนี้ ดังนั้นเมื่อได้เงินจากการขายมาต้องจัดการให้เป็นระบบ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ขาดสภาพคล่องได้

การสำรวจตลาด

การสำรวจตลาดและความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแต่ละทำเลย่อมต้องการร้านอาหารที่ไม่เหมือนกัน หากมีการสำรวจจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้และลดประตูความผิดพลาดลงไป เช่น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงานมักออกมาหาอาหารกินตอนเลิกงานประมาณ 6 โมง- 1 ทุ่ม และอาหารที่พวกเขาต้องการไม่ต้องหรูมาก แค่ฝากท้อง 1 อิ่มก่อนกลับบ้านก็พอ หรือ บริเวณนั้นมีคนญี่ปุ่นมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก การเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี

ต้องมีทำเลที่ดี

ในการเปิดร้านอาหาร “ทำเล” เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีกำลังซื้อและคนค่อนข้างพลุกพล่าน เพราะถ้าเราไปเปิดขายในที่ไม่มีคน นานๆจึงจะมีมานั่งกินสักราย แบบนี้คงไม่ไหว นอกจากนี้เรื่องที่จอดรถก็สำคัญเพราะถึงจะเป็นร้านที่น่านั่งกินอย่างไรแต่หาที่จอดรถไม่ได้เลย ต้องลงเดินมาไกลๆก็คงเหนื่อยเหมือนกัน 

ต้องมีจุดเด่นหรือมีเอกลักษณ์

จะสังเกตได้ร้านที่สามารถสร้างจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของตัวเองได้ จะค่อนข้างมีผู้คนไปอุดหนุนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้าน ราคาอาหาร รสชาติ หรือการแต่งตัวของพนักงาน เป็นต้น ดังนั้นถ้าคุณสามารถหาจุดเด่นให้ร้านได้ก็ช่วยเรื่องการดึงดูดคนเข้าร้านได้มากเลยทีเดียว

ต้องมีกลยุทธ์การตลาด

กลยุทธ์การตลาดสามารถผลักดันให้ ร้านอาหารของคนไปถึงจุดมุ่งหมายได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

– การส่งเสริมการขาย เช่น การจัดชุดเซ็ท การลดราคาทุกวันพุธ

– ช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น หน้าร้าน ส่งตามบ้าน หรือออกบูธ

– การโฆษณา เช่น ออกสถานีวิทยุ ใบปลิว หรือทางสื่อออนไลน์

การวางแผนหาทีมงาน

การทำร้านอาหาร เรื่องบุคลากรสำคัญมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะตัวหลักอย่างพ่อครัว แม่ครัว เพราะถ้าอาหารไม่อร่อยอย่างเดียว ใครก็คงไม่มากิน นอกจากนี้พวกพนักงานบริการ พนักงานการเงิน พนักงานต้อนรับ (ตามขนาดของร้าน) ก็มีความสำคัญทั้งสิ้น เราควรสร้างกรอบให้พวกเขาทำงานกันอย่างมีวินัย และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่พวกเขา อีกทั้งดูแลกันเหมือนครอบครัว เขาก็จะได้รักเราและทำงานกันอย่างเต็มที่

หาแหล่งวัตถุดิบที่ดี

วัตถุดิบที่นำมาทำอาหารเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ทุกอย่างควรสด ใหม่ มาจากแหล่งผลิตที่ดี สำหรับร้านดังๆบางร้านให้ความสำคัญมากขนาดปกปิดแหล่งที่มาของวัตถุดิบเลยก็มี ดังนั้นอย่ามองข้ามข้อนี้เป็นอันขาด อ้อ! เรื่องความสด ใหม่ สำคัญ หากนำของค้าง มีกลิ่นมาทำให้ลูกค้า เพียงครั้งเดียวก็จะทำให้ลูกค้าหายไปได้เลยเชียว ดังนั้นควรเลือกวัตถุดิบที่ดี เพื่อลูกค้าเสมอ

มีที่ปรึกษาที่ดี

ถึงแม้การทำร้านอาหารจะเป็นความคิด ความชอบและความถนัดของเราเป็นส่วนใหญ่ แต่การมีที่ปรึกษาที่ดีจะทำให้การทำงานของเราง่ายขึ้น เช่น เรื่องการหาทำเล การทำสัญญาเช่าที่ เรื่องสูตรอาหารหรือการคิดค้นสูตรใหม่ๆ เรื่องการโฆษณา หรือเรื่องการบริหารจัดการร้านให้ดี เป็นต้น

การตั้งชื่อร้าน

การตั้งชื่อร้านเป็นเรื่องที่ต้องคิดไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น เพราะชื่อร้านจะสร้างความสะดุดตา และเป็นที่จดจำของลูกค้า รวมทั้งการบอกต่อด้วย ชื่อร้านที่ดีควร อ่านง่าย ให้ความหมายชัดเจน เขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใครจะไปรู้ว่าอีกหน่อยร้านอาจโด่งดังไปถึงชาวต่างชาติก็ได้

การขอใบอนุญาต

ธุรกิจร้านอาหารที่ดีต้องถูกต้องตามกฎหมาย มีการขออนุญาตถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม หรือพนักงาน หากเป็นแรงงานต่างด้าวก็ควรว่าจ้างอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเมื่อทุกอย่างเราทำถูกต้องหมดแล้ว ก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องอะไรอีก ค้าขายได้อย่างสบายใจ เพราะฉะนั้นใครที่ยังไม่ได้ทำให้พร้อม ก็รีบจัดการซะล่ะ

10 เมนูยอดฮิตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันดี

  1. ซูชิ มีทั้งแบบปั้น และทำเป็นโรล เป็นอาหารญี่ปุ่นที่บางครั้งไม่ต้องเข้าถึงร้านอาหารก็ยังหาทานได้ง่ายๆ มีหลายหน้าให้เลือกแล้วแต่ความชอบของผู้บริโภค
  2. เทมปุระ คือเอาอาหารทะเลหรือผักมาชุบแป้งแล้วทอด แล้วโรยเกลือก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความกรอบให้มากยิ่งขึ้น
  3. ราเมน พัฒนามาจากอาหารแบบจีน คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวเมืองไทยแต่มีสไตล์และรสชาติที่แตกต่างกัน 
  4. แกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น มีส่วนประกอบหลักคือมันฝรั่ง แครอท หัวหอม และเนื้อ ต่างจากแกงกระหรี่อินเดียที่ใช้เนื้อไก่แทน 
  5. พิซซ่าญี่ปุ่น หรือ โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) เป็นแพนเค้กที่ทำด้วยผักเนื้อและอาหารทะเล ราดด้วยซอสที่เป็นแบบเฉพาะ นิยมรับประทานเป็นของทานเล่นมากกว่า
  6. ‍ข้าวปั้น (Onigiri) จะทำจากข้าวที่ค่อนข้างเหนียวและห่อด้วยสาหร่ายปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย เป็นเมนูที่เราคนไทยรู้จักกันดีมานานมาก 
  7. ‍ทาโกะยากิ เป็นของว่างสไตล์ญี่ปุ่น มีปลาหมึกหั่นสอดไว้ ทานคู่กับซอสทาโกะยากิ 
  8. ทงคัตสึ หรือเรียกว่าหมูชุปแป้งทอดเสิร์ฟคู่กับผักกาด มักนำไปรวมกับเมนูอื่น เช่นข้างแกงกะหรี่ทงคัตสึ เป็นต้น 
  9. ‍ซุปมิโสะ ทำจากการละลายผงมิโสะและใส่สาหร่ายวากาเมะและเต้าหู้ เป็นเครื่องเคียงที่อยู่ในเซตอาหารญี่ปุ่นแทบทุกเมนู 
  10. ‍คาราเกะ คือการทอดสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ใช้แป้งมันฝรั่งผสมกับขิง กระเทียมและซอสถั่วเหลือง ที่เห็นส่วนมากคือไก่คาราเกะ
10 เมนูดังกล่าวเป็นแค่เพียงพื้นฐานของร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนทั่วไปรู้จัก หากจะสร้างความแตกต่างจากเมนูอาหารก็เป็นความคิดที่ดีในการเริ่มทำธุรกิจอาหารญี่ปุ่นในแบบตัวเอง การฟิวชั่นอาหารให้ทานง่ายขึ้น รวมถึงการนำวัฒนธรรมอื่นๆมาปรับพฤติกรรมการบริโภคแบบแปลกๆ ก็อาจทำให้เกิดกระแสจากโซเชียวและปังในชั่วข้ามคืน

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับว่าที่ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการทุกท่าน

GoodFood GoodStory
เพื่อนคู่คิดร้านอาหารที่ดีที่สุด เพราะเราเข้าใจที่สุด

ให้ร้านอาหารของคุณกลายเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดด้วย FoodStory จัดการร้านอาหารได้อย่างมืออาชีพ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบจัดการร้านอาหารอันดับหนึ่งในไทย

#FoodStory #RestaurantManagement

CR. PositioningThai SMEs Centerงานวิจัย คุณวิไลวรรณ บุญวิเซ็นต์

กลับสู่หน้า Blog หลัก
More interesting Blogs

บทความที่คุณอาจสนใจ

ฟีเจอร์ใหม่

New Feature : Customer Facing — หน้าจอแสดงผลให้ลูกค้า

FoodStory
January 30, 2018

เมนูหน้าจอแสดงผลลูกค้า มีไว้สำหรับจัดการ เพิ่มรายการแสดงผลบนหน้าจอฝั่งลูกค้า เช่น ภาพ/วิดีโอ โปรโมชั่นหรือสินค้าแนะนำของร้านค้าต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นบนหน้าจอลูกค้า ระหว่างทำการชำระเงิน

ฟีเจอร์ใหม่

Update Feature — จัดการพนักงานได้จากหน้าเว็บ

FoodStory
December 19, 2017

คุณสามารถจัดการบัญชีผู้ใช้ในการเข้าใช้งานได้จากหน้าเว็บแล้ว ในกรณีที่คุณเป็นผู้จัดการคุณสามารถเพิ่มพนักงานใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องล็อคอินผ่าน iPad

การจัดการ

เทคนิคการคัดเลือกและบริหารพนักงานร้านอาหาร

FoodStory
March 6, 2018

จากประเด็นดราม่าที่เกิดในกระแสโซเชียว ร้านข้าวมันไก่ร้านหนึ่งที่เพิ่งเปิดตัวและสร้างชื่อกำลังจะรุ่งกลับได้พังลงเพียงเพราะเลือกจ้างพนักงานดูแลร้านผิด ส่วนก็มาจากการบริหารพนักงานด้วยที่ไม่เข้มงวดและไม่มีความรู้ในการบริหารลูกน้องนั้นเอง

การจัดการ

“CARE” แค่ไหนที่ลูกค้าต้องการ

FoodStory
June 5, 2018

ในมุมมองของลูกค้าเมื่อเข้าไปรับประทานอาหารร้านๆหนึ่งแล้วเขาต้องการความรู้สึกประทับใจทั้งในตัวอาหารและรวมถึงเรื่องของการบริการ แต่ร้อยละแปดสิบของลูกค้าแล้วถึงอาหารจะไม่ได้อร่อยมากแต่ถ้าบริการดีก็สามารถผูกใจลูกค้าให้กลับมาทานร้านเราอีกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นงานบริการจึงเป็นงานที่สำคัญอย่างมาก

การจัดการ

การตลาดร้านอาหารของคุณบน Trip Advisor โดยไม่เสียค่าไช้จ่าย

FoodStory
February 6, 2018

TripAdvisor เป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเข้าเยี่ยมชมทุกเดือนเพื่อค้นหาข้อมูลและวางแผนทริปที่สมบูรณ์แบบ ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว

ฟีเจอร์ใหม่

รูปแบบโปรโมชั่นใหม่บน FoodStory

FoodStory
March 7, 2018

ฟังก์ชันการสร้างโปรโมชั่นรูปแบบใหม่ของ FoodStory ที่สามารถสร้างโปรโมชั่นให้กับร้านของคุณได้มากถึง 46 รูปแบบ