ข่าวสาร

5 ธัญพืชฤทธิ์เย็น ช่วยปรับสมดุลร้อนเย็นภายในร่างกาย

Post by
FoodStory

       น้อยนักที่คนจะรู้จักการรับประทานอาหารที่สามารถช่วยปรับสมดุลร้อนเย็นภายในร่างกาย ซึ่งยกตัวอย่างเช่น ในเมืองนอก ที่เป็นเมืองหนาว อาหารที่ควรรับประทานจึงเป็นอาหารประเภทที่มีฤทธิ์ร้อน ส่วนในเมืองไทย ที่มีอากาศร้อนจึงควรรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น แต่สารอาหารที่มาจากธัญพืชนั้น มีทั้งฤทธิ์เย็นเเละฤทธิ์ร้อน ดังนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานให้เหมาะสมกับร่างกาย ลองมาดูกันเลยดีกว่า ว่ามีธัญพืชชนิดไหน ควรบริโภคยังไง

1.ถั่วเขียว

      ถั่วเขียวสามารถบำรุงกำลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด รวมไปถึงมีแร่ธาตุที่ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย อุดมไปด้วยโปรตีนกับเส้นใยอาหาร ช่วยขับร้อน แก้อาการร้อนใน และช่วยแก้พิษในฤดูร้อน

การปรุง

ข้าวอบสมุนไพรธัญพืช

ส่วนผสม

ข่า, ตะไคร้ (หั่นเฉลียง) ,ใบมะกรูด(ฉีก),ธัญพืชต้มสุก ใช้ถั่วเท่าที่มีที่บ้านก็ได้นะคะไม่จำเป็นต้องใส่ครบ ถั่วดำ, ถั่วแดง,ถั่วขาว, ลูกเดือย, ถั่วเขียว,ข้าวสารซ้อมมือ

วิธีการปรุง

นำข้าวสารซ้อมมือ ที่ล้างสะอาดแล้ว พร้อมด้วยสมุนไพร ธัญพืช ใส่รวมกันเติมเกลือเล็กน้อย ใส่น้ำพอท่วมหลังมือ คนให้เข้ากัน และนำไปหุง (ระหว่างการหุง ควรคนอีก1 ครั้ง)

2.ถั่วลูกไก่

     เมื่อรับประทานจะทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ช่วยลดความอยากอาหารจึงช่วยลดน้ำหนักของเรา มีกรดโฟลิค โพเเตสเซียม และสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยต่อต้านการเกิดโรคหัวใจ โดยเฉพาะฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่ในถั่วนี้จัดเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

การปรุง

พาสต้าชิกพีสลัด

ส่วนผสม

พาสต้า,ถั่วลูกไก่,มะเขือเทศ,แตงกวา,ผักสลัดแก้ว,งาขาว,อัลมอนด์,แครนเบอรี่แห้ง,น้ำมันมะกอก,บัลซามิกวีนีก้า,เกลือ,พริกไทยดำป่น,น้ำมะนาว,น้ำผึ้ง

วิธีการปรุง

รองจานด้วยผักกาดแก้ว แล้วนำส่วนผสมทุกอย่างมาคลุกเคล้ารวมกันแล้วเสริฟ์

3.ถั่วเหลือง

     ถั่วเหลืองเป็นพืชที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด ซึ่งช่วยป้องกันการขาดแคลเซียม และช่วยบำบัด รักษาผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต เนื่องจากถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวน ที่ช่วยทำให้เลือดลมเดินสะดวก

การปรุง

ถั่วเหลืองซีกกวน

ส่วนผสม

ถั่วเหลืองซีก,กะทิ,น้ำตาลทราย,เกลือป่น

วิธีการปรุง

- นำถั่วเหลือง ไปนึ่งให้สุก กระจายถั่วให้ทั่วผ้าขาวบาง นึ่ง 25 นาที

- นำถั่วที่นึ่งสุกแล้ว มาใส่เครื่องปั่น(เครื่องปั่นน้ำผลไม้) ใส่กะทิลงไป เพื่อให้ถั่วปั่นง่าย ปั่นจนถั่วละเอียด ไม่เป็นเม็ด

- นำมาใส่กระทะ เทปล่อน หรือ กระทะทองเหลือง กวนถั่วไปในทางเดียวกัน (ใช้ไฟอ่อนในการกวน)

- สังเกตดูว่าถ้าน้ำกะทิเริ่มงวดลง (ประมาณ20-25นาที)ให้เติมน้ำตาลทราย และเกลือ ลงไป

- กวนต่อไปจนถั่ว ไม่ติดกระทะ (วิธีสังเกตคือ ถั่วจะล่อน เวลากวนจะไม่เหลว ถั่วจับตัวกัน เป็นอันใช้ได้)

- เวลาในการกวน 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

- กวนเสร็จนำพักใส่ภาชนะ พักไว้ให้เย็น แล้วน้ำมาปั้นทำขนม

4.เห็ดฟาง

     เห็ดฟางให้วิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด ซึ่งถ้าหากรับประทานเป็นประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันการติดเชื้อต่างๆ ยังช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล

การปรุง

แกงอ่อมผักรวมใส่นำ้ลูกเดือย

ส่วนผสม

น้ำย่านาง,บวบเหลี่ยม,ข้าวโพดอ่อน,ผักตำลึง,ผักก้านตรง,เห็ดฟาง,น้ำลูกเดือย,มันเทศ,หน่อไม้ต้ม,ตะไคร้,หอมแดง,เกลือ

วิธีการปรุง

- นำตะไคร้ซอย และหอมแดงโขลกให้ละเอียด พักไว้

- น้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟกลาง เมื่อเดือด ใส่เครื่องแกง ต้มจนมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ผัก มีหน่อไม้ เห็ดฟาง ข้าวโพดอ่อน มันเทศ พอเดือดอีกครั้งใส่น้ำย่านางและน้ำลูกเดือย ต้มต่อไปจนผักสุก แล้วใส่บวบเหลี่ยม ผักตำลึง ผักก้านตรง คนให้เข้ากัน ใส่น้ำย่านางอีกถ้วย ปรุงด้วยเกลือ ชิมรส ตักใส่ชามเสิร์ฟ

5.เห็ดหูหนู

    เห็ดหูหนูเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรต สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาวในผู้สูงอายุ ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายดีขึ้น รวมทั้งช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง รวมไปถึงช่วยบำรุงปอดและไต

การปรุง

ต้มส้มสัปปะรดเห็ดหูหนูดำ

ส่วนผสม

เครื่องแกง,ขิงซอย,กะปิเจ,ตะไคร้ซอย,กระเทียม,พริกไทยขาวเม็ด,เห็ดหูหนูดำสัปปะรด,น้ำมันสำหรับผัด,เกลือ,น้ำมะขามเปียก,น้ำตาลมะพร้าว,ผักชี,ต้นหอม

วิธีการปรุง

- นำขิงซอยหั่น กะปิ ตะไคร้ซอย หอมแดงซอย กระเทียม พริกไทยเม็ด ตำละเอียด

- ตั้งหม้อ ใส่น้ำมันนิดเดียว นำเครื่องแกงที่ตำมาผัดในหม้อให้พอหอม

- ใส่น้ำลงไปประมาณ 1/2 หม้อ รอน้ำเดือด แล้วตามด้วย เห็ดหูหนู และสัปปะรด

- เคี่ยวสักพักแล้วค่อยๆปรุงรส เริ่มจากใส่เกลือ ใส่น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลเป็นตัวสุดท้าย ตามสูตรเดิม ใช้น้ำตาลถึง 3 ช้อน แต่แอนใส่แค่ 1 ช้อน ก็รู้สึกพอได้รสพอใจ ก็ปิดเตายกเสิร์ฟ

              การเลือกรับประทานที่คำนึงถึงสมดุลร้อนเย็นจากธัญพืช ซึ่งธัญพืชสามารถหารับประทานได้ง่ายและเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการหันมาดูเเลเรื่องสุขภาพโดยมองการรับประทานเป็นเรื่องที่สำคัญกับสุขภาพที่นอกเหนือจากการออกกำลังกาย

ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ได้ที่นี่: https://signup.foodstory.co/ref/blog-cerealbalanceforhealth
เบอร์ติดต่อ: 02-821-5289
Line@: @foodstory

กลับสู่หน้า Blog หลัก
More interesting Blogs

บทความที่คุณอาจสนใจ

ข่าวสาร

วิธีขจัดคราบมันในห้องครัว

FoodStory x Fixzy
September 5, 2018

คราบมันที่ติดตามผนังและพื้นครัวหลังจากทำอาหารเสร็จ ควรทำความสะอาดทุกครั้ง เพราะคราบมันเหล่านี้ทำให้ห้องครัวดูสกปรกและเกิดการสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย

การจัดการ

กระตุ้นต่อมการถ่ายรูปของลูกค้า ด้วยเคล็ดลับจัดจานให้ดูน่าถ่าย (Food Stylist)

FoodStory
April 19, 2019

การจัดจานถือเป็นศาสตร์ศิลป์อีกแขนงที่ต้องใช้ระยะเวลาและประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ ซึ่งกระบวนการจะเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มการทำอาหารจานนั้นๆเลยที่เดียวไม่ใช้การแต่งจานตอนจบ ศาสตร์ชนดนี้บางคนถึงกับลงทุนไปเรียนถึงต่างประเทศค่าใช้จ่ายเป็นล้านๆ

ฟีเจอร์ใหม่

Customer Relationship Management — FoodStory

FoodStory
October 25, 2017

ธุรกิจจะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยหลายปัจจัยด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับลูกค้าให้ดีและยาวนาน บางธุรกิจหวังเพิ่มยอดขายด้วยการหาฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งทำได้ยากและ ใช้ต้นทุนสูง แต่หากมุ่งเน้นไปที่การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาวได้

ข่าวสาร

“ไม้” วัสดุยอดฮิตแต่งร้านอาหาร ดูแลได้ด้วยวิธีง่ายๆ

FoodStory x Fixzy
March 5, 2019

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าจะยุคสมัยไหน “ไม้” ก็ยังเป็นวัสดุที่นิยมเอามาใช้สร้างหรือนำมาเป็นของตกแต่งร้านอาหาร

แรงบัลดาลใจ

เทคโนโลยีสำหรับร้านอาหาร ‘Mobile Order’

FoodStory
April 18, 2019

เนื่องจากลูกค้าร้านอาหารประเภท Quick-Service ในทุกวันนี้มีความคาดหวังต่อการมาใช้บริการ พวกเขาเหล่านี้ล้วนต้องการการบริการที่รวดเร็ว ทันใจ แต่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้ลูกค้าช่วยเหลือตนเองได้

การตลาด

เทรนด์ร้านอาหาร ในยุคหนีตาย

FoodStory
October 24, 2017

รู้หมือไร่ว่าทุกวันนี้ พฤติกรรมของคนไทยที่ชอบทานอาหารนอกบ้านได้เปลี่ยนไปแล้ว จากคนที่มีนิสัยชอบกินข้าวนอกบ้าน เดิม 4 ครั้งต่อสัปดาห์ กลายเป็นเหลือเพียง 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น สาเหตุหลักเป็นเพราะ ร้านอาหารริมทางที่ต่างพากันผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 50-60% ประเด็นคือร้านอาหารริมทางพวกนี้สามารถตอบโจทย์คนไทยที่ชอบทานอาหารนอกบ้านได้เป็นอย่างดีด้วยสิ