ข่าวสาร

ร้านอาหารอยู่รอด เพราะอาหารคือปัจจัย4

Post by FoodStory
FoodStory

จากสถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบัน ที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆและยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายลงในระยะเวลาอันใกล้นี้  องค์กรหลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบและต่างพากันหาแนวทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอด เเละเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์ประกาศ "พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับที่ 1" มีผลใช้ 26 มี.ค. 2563-30 เมษายน 2563


เพราะฉะนั้นร้านอาหารควรหาแนวทางที่จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าและต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อที่ก้าวทันกับสถานการณ์ในปัจจุบันและที่สำคัญ อาหารคือปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องการเพราะฉะนั้นร้านอาหารที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันยังไงก็อยู่รอดได้


กรณีเป็นประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นายกฯมีอำนาจออกข้อกำหนดดังนี้

1 ห้ามประชาชนไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

2 ให้ทุกจังหวัดปิดสถานที่ต่อไปนี้ สนามมวย สนามม้า สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ผับ อาบอบนวด นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบันเทิง สถานที่แสดงมหรสพต่าง ๆ

3 ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ศาสนสถาน สถานีขนส่ง ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

4 กิจการที่รัฐสนับสนุนให้เปิดเพื่อความสะดวกของประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านอาหาร (ต้องซื้อไปทานที่บ้าน) ร้านสะดวกซื้อ โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดขายอาหารและสินค้าจำเป็น ปั๊มน้ำมัน ธุรกิจเดลิเวอรี-ออนไลน์ส่วนห้างสรรพสินค้าให้เปิดเฉพาะแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยา และแผนกสินค้าจำเป็น

5 สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐยังเปิดตามปกติ ยกเว้นสถานศึกษาที่ประกาศปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว

6 ห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบก ยกเว้นคณะทูต ผู้ขนส่งสินค้าจำเป็น นักบิน ลูกเรือ (แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ)

7 ส่วนคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศสามารถกลับประเทศได้ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ หรือติดต่อขอหนังสือรับรองจากถานทูตไทยในประเทศนั้น ๆ

8 ห้ามกักตุนสินค้า เช่น ยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

9 ห้ามชุมนุมและมั่วสุม

10 ห้ามแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ที่เป็นเฟกนิวส์และทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ถ้าพบ เจ้าหน้าที่จะเตือนให้แก้ข่าวหรือดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

11 บุคคล 3 ประเภทต่อไปนี้ให้อยู่ในบ้าน (ยกเว้นออกไปทำธุระจำเป็น เช่น พบหมอ ขึ้นศาล) ได้แก่

- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป

- คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ

12 ให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เตรียมโรงพยาบาลสนาม เตียง ยา เวชภัณฑ์ และขึ้นทะเบียนบุคลากรทางการแพทย์ที่เกษียณไปแล้ว

13 ให้แต่ละจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจตามถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม และการมั่วสุม

14 ยังไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แต่จะจัดตำรวจ-ทหารไปตั้งจุดสกัดรอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อตรวจสอบดังต่อไปนี้

- ผู้โดยสารบนรถต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

- ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือติดตัว

- ยอมให้เจ้าหน้าที่วัดอุณหภูมิร่างกาย ถ้าอุณหูมิสูงจะถูกส่งไปกักกันตัว

- ยอมให้ติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัวในมือถือ

- พกบัตรประชาชนและกรอกแบบฟอร์มข้อมูลทั่วไป

15 พิธีการทางสังคมต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานศพ งานบุญ ให้จัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค


จากข้อกำหนดด้านบนข้อที่ 4 จะเห็นได้ว่ารัฐสนับสนุนให้เปิดเพื่อความสะดวกของประชาชน ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านอาหาร (ต้องซื้อไปทานที่บ้าน) ตลาดขายอาหารและสินค้าจำเป็น และธุรกิจเดลิเวอรี-ออนไลน์ นั้นแสดงว่าร้านอาหารอย่างเราๆยังไงก็อยู่รอด แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนการขาย เพื่อที่จะให้เป็นไปตามมาตรการของรัฐบาล


แต่ยังไงก็ตามอาหารก็คือปัจจัย 4 นอกเหนือจาก ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เพราะฉะนั้นธุรกิจร้านอาหารจะต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่จะทำยังไงล่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ ? จากที่เห็นหลายๆร้านทำอยู่ใตอนนี้คือการลดความเสี่ยงเรื่องทานอาหารที่ร้านเเล้วเน้นไปที่ให้ลูกค้าซื้อกลับไปทานบ้านมากกว่า อีกทั้งทางร้านควรปรับตัวโดยการหา Delivery เข้ามาใช้งานที่ร้าน ดูรายละเอียด Delivery ได้ที่ https://www.foodstory.co/blog/delivery-covid19

หรือทางร้านอาจจะสร้างบริการจัดส่งอาหารของทางร้านเองอาจจะเป็นการส่งอาหารในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ก็ต้องทำตาม ข้อกำหนดของรัฐบาลด้วย อย่าลืมนะคะว่า “ปรับเปลี่ยน=รอด” และยิ่งในตอนนี้ที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการDeliveryกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทาง Line man ได้เผยว่าเกือบ 40% ของผู้ใช้บริการแอพพลิเคชั่นยังอยู่ในช่วงวัย 25-34 ปี รองลงมาก็คือวัย 18-24 ปี ทำให้เห็นว่าบริการนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มของวัยรุ่นและวัยทำงาน และช่วงเวลาที่มีการสั่งอาหารมากที่สุดคือช่วง 11.00-13.00 น. ที่เป็นช่วงพักทานอาหารกลางวัน

โดยผู้บริโภคมักจะนิยมสั่งอาหารตั้งแต่ 11 โมง เพื่อให้คนส่งมาถึงในเวลาเที่ยงพอดี รองลงมาคือช่วง 17.00-19.00 น. ที่เป็นช่วงเวลาหลังเลิกงาน และยังพบอีกว่า ‘ผู้หญิง’ มักจะสั่งอาหารในช่วงเวลากลางดึกมากที่สุด ซึ่งจากที่ Line Man เขาได้มาสรุปถึงยอดของบริการDelivery อย่างที่บอกล่ะคะว่าในตอนนี้เรื่อง Delivery นั้นสำคัญเพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มยอดขายให้ทางร้านยังช่วยให้ทางร้านเข้าใกล้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น 

สนใจระบบ FoodStory : https://signup.foodstory.co/ref/blog-4requisites

☎ Call : 02-821-5289 (กด 2)

📱Line ID : @foodstory

กลับสู่หน้า Blog หลัก
More interesting Blogs

บทความที่คุณอาจสนใจ

เทคนิคการใช้งาน

เริ่มต้นใช้งานกับ FoodStory อย่างไร ?

FoodStory
April 29, 2020

หลายคนอาจส่งสัยว่าจะใช้เวลานานไหมในการดำเนินการซื้อระบบกับทาง FoodStory บอกเลยว่าใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิดบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถคำนวนเรื่องระยะเวลาตั้งแต่ตัดสินใจจนถึงติดตั้งระบบเสร็จสิ้นพร้อมเริ่มการขายได้เลยทันที

การจัดการ

การตลาดร้านอาหารของคุณบน Trip Advisor โดยไม่เสียค่าไช้จ่าย

FoodStory
April 19, 2019

TripAdvisor เป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเข้าเยี่ยมชมทุกเดือนเพื่อค้นหาข้อมูลและวางแผนทริปที่สมบูรณ์แบบ ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว

ข่าวสาร

อาหารสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ

FoodStory x Rabbit Finance
May 20, 2020

อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ แบบเต็มตัว มาทำความเข้าใจลักษณะอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุกันดีกว่า

ข่าวสาร

อาหารเสริมแคลเซียม อิ่มอร่อย ได้ประโยชน์แบบเน้นๆ

FoodStory x Rabbit Finance
May 20, 2020

วันนี้ Rabbit Finance ประกันสุขภาพ จะมาพูดถึงแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย แคลเซียม น่าจะติดอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะแคลเซียมมีส่วนช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรง เห็นแบบนี้คงต้องมาเติมแคลเซียมให้กับร่างกายกันซะหน่อยแล้ว และวันนี้เราก็มี อาหารเสริมแคลเซียม ที่ทั้งทานอร่อย และได้ประโยชน์แบบเน้นๆ มาฝากกันด้วย

ข่าวสาร

ความน่าสนใจของธุรกิจอาหารญี่ปุ่น 2018

FoodStory
May 19, 2020

ประเทศไทยถือว่ามีธุรกิจร้านอาหารหลากหลายประเภทมากตั้งแต่ไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง ตอบไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ร้านริมทาง (Street food) ไปจนถึงร้านหรู (Fine dining) แม้ร้านอาหารจะมีจากหลากหลายชาติให้บริการแต่ “ร้านอาหารญี่ปุ่น” นับเป็นตลาดที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ปีตลาดรวมมีมูลค่ามหาศาล ขณะที่ปี 2560 ตลาดรวมอยู่ที่ 390,000-397,000 ล้านบาท เติบโต 2-4% เมื่อแบ่งย่อยพบว่า เป็นร้านอาหารขนาดกลางและเล็ก 271,000-275,000 ล้านบาท และร้านอาหารเครือข่ายหรือเชนร้านอาหาร 119,000-122,000 ล้านบาท

ข่าวสาร

ครั้งแรก! เจ้าของร้านอาหารมารวมตัวกันในงานสุมหัว Talk #1

FoodStory
May 20, 2020

เมื่อเหล่าเจ้าของร้านอาหารมาสุมหัวกันไอเดียจึงเกิด! หมดเวลาที่ปลาเล็กจะต้องคอยเป็น "เหยื่อ" ให้ปลาที่ใหญ่กว่าแล้ว!